บทคัดย่อ

ชื่อเรื่อง                           การปลูกถั่วฟักยาว

ผู้จัดทำโครงงาน           นางสาวเสาวลักษ์         ปรางศรี

ครูที่ปรึกษาโครงงาน   นางสาวลัดดาวัลย์       ศิริวงษ์

สถานศึกษา                  โรงเรียนกุญชรศิรวิทย์  อำเภอไพรบึง   จังหวัดศรีสะเกษ

      โครงงานการปลูกพืชสวนครัว  การปลูกถั่วฝักยาว   ตามแนวพระราชดำรัส

มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาเรื่องเกี่ยวกับเกษตรต่าง ๆ   เพื่อที่จะสามารถนำมาใช้กับชีวิตประจำวันและสอดคล้องกับแนวพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว    มุ้งเน้นการรอดพ้นจากภัยและวิกฤตเพื่อความมั่นคง การดำเนินชีวิตในระบบเศรษฐกิจพอเพียง ให้ยึดความพอดี  กินอยู่ตามฐานะใช้สติปัญญาในการดำรงชีวิตเจริญเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไปโดยตั้งบนหลักของความ  “ รู้   รัก   สามัคคี ”   รู้ทันกระแสโลกาภิวัตน์

รักชาติบ้านเมือง เกิดการเรียนรู้ความพอเพียงในสถานศึกษา      โดยมีการศึกษาเกี่ยวกับการปลูกถั่วฝักยาวขึ้น และสร้างรายได้ระหว่างเรียนและสามารถช่วยฝึกความรับผิดชอบ      การตระหนักถึงความพอเพียง พอมี    พอกินกับชีวิตประจำวันในอนาคต

คำนำ

      โครงงานเรื่องการปลูกพืชสวนครัว เป็นโครงงานที่บูรณาการการเรียนรู้จากกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี โดยได้น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในสถานศึกษา  โดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ   เพื่อมุ่งเน้นให้นักเรียนและและครอบครัวที่ไม่มีรายได้   ให้สามารถมีอาหารเลี้ยงท้องและครอบครัวอยู่ได้    อย่างน้อยก็จนกว่าจะมีงานทำมีรายได้   ด้วยการนำแหล่งอาหารเข้าไปในครัวเรือนโดยการปลูกผักสวนครัว    นอกจากนั้นยังมุ่งหวังที่จะกระต้นให้นักเรียน     หันมาสนใจการผลิตอาหารบริโภคในครัวเรือนด้วยตนเอง   เพื่อลดค่าใช้จ่าย  โดยได้เรียนรู้ด้วยวิธีปฏิบัติจริง  สามารถฝึกความอดทนในการทำงาน  การทำงานร่วมกับผู้อื่น และสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

              โครงงานเรื่องการปลูกพืชสวนครัว   ผู้จัดทำขอขอบพระคุณผู้บริหารสถานศึกษา คุณครู   ผู้ให้ความรู้และให้คำแนะนำในการจัดทำข้อมูล  การเขียนรายงานและการจัดทำโครงงาน  จนสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

            ผู้จัดทำโครงงานเรื่องการปลูกพืชสวนครัว ขอขอบคุณท่านที่ให้ความอนุเคราะห์มา  ณ  โอกาสนี้

                                                                                                                         จัดทำโดย

นางสาวเสาวลักษ์        ปรางศรี

1  กันยายน   2555

กิตติกรรมประกาศ

              การทำโครงงานเรื่องการปลูกพืชสวนครัว สำเร็จลุล่วงด้วยการได้รับความช่วยเหลือให้คำปรึกษาจาก  อาจารย์ลัดดาวัลย์      ศิริวงษ์   ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ  ที่ได้ให้ความกรุณาชี้แนะแนวทางและการตรวจสอบการแก้ไขข้อบกพร่องของโครงงานจนสำเร็จด้วยดี ผู้ศึกษาจึงขอกราบพระคุณท่านเป็นอย่างยิ่ง

                ขอขอบคุณนายสมบูรณ์ แก้วกันหา ผู้อำนวยการโรงเรียนกุญชรศิรวิทย์ที่ให้ความอนุเคราะห์ ด้านสถานที่ ตลอดจนการสนับสนุนด้านการทำโครงงานด้วยดีและเสมอมา

1

บทที่  1

             บทนำ

1.ที่มาและความสำคัญของโครงงาน

              จากสภาพปัญหาเศรษฐกิจถดถอยมาตั้งแต่ปี   2540    ก่อให้เกิดปัญหาความเดือดร้อนแก่ประชาชนในวัยใช้แรงงานโดยทั่วไปเนื่องจากถูกเลิกจ้างงานจากภาคอุตสาหกรรมและบริการ    แรงงานเหล่านี้ที่เดินทางกลับภูมิลำเนาเดิมและประสงค์ประกอบอาชีพการเกษตรโดยแนวทางพระราชดำรัสปรัชญา  “เศรษฐกิจพอเพียง    แต่ปัญหาการว่างงานยังคงรุนแรงและขยายผลกระทบออกไปทั้งในสังคมเมืองส่วนกลาง  และสังคมภูมิภาคด้วย   จึงได้ริเริ่มจัดทำโครงการเกษตรยังชีพขึ้นเพื่อช่วยแก้ไขและรองรับปัญหาแรงงานที่ว่างงานจำนวนหนึ่งโดยภาคราชการให้การสนับสนุนปัจจัยการผลิตแก่ประชาชนและคนว่างงานได้ทำการเกษตรยังชีพซึ่งจะช่วยให้มีอาหารไว้เลี้ยงครอบครัวตนเองโดยใช้พื้นที่ตนเองมีอยู่เพียงเล็กน้อยให้เกิดประโยชน์สูงสุดมีการปลูกพืชผักสวนครัวไว้ใช้บริโภคในครัวเรือน

            จากระราชดำรัส  เมื่อวันที่  4  ธันวาคม  2540  ที่ว่า  “....การจะเป็นเสือนั้นไม่สำคัญ  สำคัญอยู่ที่เราพออยู่  พอกิน  และมีเศรษฐกิจการเป็นอยู่แบบพอมี  พอกิน    แบบพอมี  พอกิน  หมายความว่า  อุ้มชูตัวเองได้  ให้มีพอเพียงกับตัวเอง.....” 

            “เศรษฐกิจของเราขึ้นอยู่กับการเกษตรมาแต่ไหนแต่ไรแล้วรายได้ของประเทศที่ได้มาใช้สร้างความเจริญด้านต่าง ๆ เป็นรายได้จากการเกษตรเป็นส่วนใหญ่ จึงอาจกล่าวได้ว่าความเจริญของประเทศต้องอาศัยความเจริญของการเกษตรเป็นสำคัญ  และงานทุก ๆ ฝ่ายจะดำเนินก้าวหน้าไปได้ก็เพราะการเกษตรของเราเจริญ”

            พระบรมราโชวาทที่พระราชทานแก้บัณฑิตใหม่ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  เมื่อวันที่  4 กรกฎาคม  2507  พระราชดำรัสและพระราชกรณียกิจในเรื่องที่เกี่ยวข้องกัน  พระองค์ได้แสดงให้เห็นว่า เมืองไทยจะน่าอยู่หากพัฒนาประเทศไทยใช้การเกษตรเป็นพื้นฐาน

จากพระราชดำรัสดังกล่าว  ผู้จัดทำได้น้อมนำพระราชดำรัสตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง  มาใช้ในโรงเรียนกุญชรศิรวิทย์  องค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ โดยเล็งเห็นถึงสภาพพื้นที่

2

ที่ว่างจำนวนมาก เช่นพื้นที่หลังอาคารเรียน  จึงได้ปลูกผักสวนครัวใช้ในชีวิตประจำวันและสามารถสร้างรายได้ให้เกิดขึ้นระหว่างเรียน

1.2 วัตถุประสงค์ของการศึกษา

1.   เพื่อให้ผู้เรียนได้ศึกษาแนวคิด  แนวปฏิบัติตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง

2.  เพื่อให้เกิด ความรู้  ความเข้าใจ ทักษะ และการเรียนรู้ การปลูกพืชสวนครัว

      3. เพื่อให้นักเรียนรู้จักใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์

      4. สร้างรายได้แก่ผู้ปลูกและลดรายจ่ายของครอบครัว

1.3 ขอบเขตการศึกษา

 “การปลูกถั่วฟักยาว”  เป็นโครงงานที่ศึกษาเพื่อนำทรัพยากรที่ใช้พื้นที่ของตนเองมีอยู่เพียงเล็กน้อยให้เกิดประโยชน์สูงสุดมีการปลูกพืชผักสวนครัวไว้ใช้บริโภคในครัวเรือน

1.     

ประชากร  ประชากรในการศึกษาครั้งนี้ คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4

โรงเรียนกุญชรศิรวิทย์

2.  ระยะเวลาที่ใช้ในการศึกษาและมาปฏิบัติตั้งแต่วันที่ 16  ก.ค. 2555 ถึงวันที่  3 ก.ย. 2555

3.  สถานที่ทำโครงงาน  ดำเนินการปลูกถั่วฟักยาวที่โรงเรียนกุญชรศิรวิทย์

1.4 คำนิยามศัพท์เฉพาะ

      1. โรงเรียน หมายถึง โรงเรียนกุญชรศิรวิทย์   อำเภอไพรบึง  จังหวัดศรีสะเกษ                        องค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ

      2. นักเรียน หมายถึง นักเรียนที่เรียนอยู่โรงเรียนกุญชรศิรวิทย์ อำเภอไพรบึง จังหวัดศรีสะเกษ ปีการศึกษา 2554

      3. เกษตร  หมายถึง  ที่ดิน , ทุ่ง , นา , ไร่  เช่น  พุทธเกษตร

      4. พอเพียง  หมายถึง  ได้เท่าที่กะไว้  เช่น  ได้เท่านี้ก็พอแล้ว

      5. พระราชดำรัส  หมายถึง  คำสั่งสอนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

      3

      6. ศึกษา  หมายถึง  การเล่าเรียน ฝึกฝน , และอบรม

       7.  ค้นคว้า  หมายถึง  ข้อมูลอย่างถี่ถ้วนตามหลักวิชา เสาะหาเอามา

      8ถั่วฟักยาว  หมายถึง พืชที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Vigna sesquipedalis Koern. อยู่ในตระกูล Leguminosae เป็นพืชที่มีเถาวัลย์เลื้อย

      9.  ดิน   หมายถึง  วัตถุที่เกิดจากการรวมตัวตามธรรมชาติของเศษหินและแร่ธาตุต่างๆที่สลายตัวเป็นชิ้นเล็กๆกับอินทรียวัตถุที่เน่าเปื่อยผุผังรวมตัวกันเป็นชั้นๆ

     10. น้ำ  หมายถึง  สิ่งที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตและการเจริญเติบโตของพืช

     11. แสงแดด  หมายถึง  อิทธิพลของการงอกและการเจริญเติบโตของพืช

     12. ปุ๋ย  หมายถึง  ธาตุอาหารของพืช

1.5 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

1.สามารถนำหลักเศรษฐกิจการเป็นอยู่แบบพอมี  พอกิน   มาใช้ในชีวิตประจำวัน

      2. เป็นการสนับสนุนการปลูกถั่วฟักยาวตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

      3. ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์

      4. เพื่อเป็นข้อมุลสำหรับโรงเรียน

      5. สามารถสร้างรายได้ระหว่างเรียน

4

บทที่ 2

เอกสารที่เกี่ยวข้อง

2.1 ความพอเพียงตามแนวคิดของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

สุเมธ ตันติเวชกุล(2542 : 1) ได้บรรยายพิเศษถึงความเป็นมาของเศรษฐกิจพอเพียงเศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญาที่ชี้แนวทางการดำรงอยู่และปฏิบัติตน ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระราชดำรัสแก่พสกนิกรชาวไทยมาตั้งแต่ปี พ.. 2517 และพูดถึงอย่างชัดเจนในวันที่ 4 ธันวาคม พ.. 2540 (ภายหลังวิกฤติเศรษฐกิจ พ.. 2540) เพื่อเป็นแนวทางการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศไทย ให้ดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนในกระแสโลกาภิวัตน์และความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ในทางการเมืองของไทยแล้ว เศรษฐกิจพอเพียงมีบทบาทสำคัญในการสถาปนาอำนาจนำด้านอุดมการณ์ โดยเฉพาะอุดมการณ์กษัตริย์นิยมในสังคมไทย ในฐานะกษัตริย์นักพัฒนาซึ่งส่งผลต่อการเติบโตของอุดมการณ์เศรษฐกิจพอเพียง สิ่งเหล่านี้ถูกตอกย้ำและผลิตซ้ำโดยสถาบันทางสังคมต่าง ๆ เช่น สถาบันการศึกษา หน่วยงานราชการ สื่อมวลชน ส่งผลให้เศรษฐกิจพอเพียงมีบทบาทต่อการกำหนดอุดมการณ์การพัฒนาของประเทศ และการพยายามตีความเพื่อสร้างความชอบธรรมในการพัฒนาโดยปัญญาชน ซึ่งเชื่อมโยงแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงเข้ากับอุดมการณ์วัฒนธรรมชุมชน ที่ถูกเสนอมาก่อนหน้าโดยองค์กรพัฒนาเอกชนจำนวนหนึ่งตั้งแต่พุทธทศวรรษ 2520 ก็ได้ช่วยให้อุดมการณ์เศรษฐกิจพอเพียงขยายครอบคลุมส่วนต่าง ๆ ของสังคมได้มากขึ้นโดยลำดับ จนในปัจจุบันได้มีตัวอย่างและงานวิจัยรองรับว่าการดำเนินชีวิตตามแนวคิดของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สามารถช่วยให้สังคมไทยอยู่รอดได้อย่างยั่งยืน ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนี้ได้รับการเชิดชูสูงสุดจากองค์การสหประชาชาติว่าเป็นปรัชญาที่มีประโยชน์ต่อประเทศไทยและนานาประเทศ และสนับสนุนให้ประเทศสมาชิกยึดเป็นแนวทางสู่การพัฒนาแบบยั่งยืน มีนักวิชาการ นักเศรษฐศาสตร์ หลายคนเห็นด้วย และเชิดชู แนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ความน่าเชื่อถือของรายงานศึกษาและท่าทีของสหประชาชาติ จนทำให้ในที่สุด ได้ถูกนำมาบรรจุเป็นแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 (..2550-2554) และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550

ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่ทรงปรับปรุงพระราชทานเป็นที่มาของนิยาม 3 ห่วง 2 เงื่อนไขที่คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการ

5

เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นำมาใช้ในการรณรงค์เผยแพร่ ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงผ่านช่องทางต่าง ๆ อยู่ในปัจจุบัน ซึ่งประกอบด้วยความพอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกันบนเงื่อนไขความรู้และคุณธรรมเงื่อนไข คุณธรรม (ซื่อสัตย์ สุจริต ขยัน อดทน แบ่งปัน) เงื่อนไข ความรู้ (รอบรู้ รอบคอบ ระมัดระวัง)

3 ห่วง ประกอบด้วย  

ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดี ที่ไม่น้อยเกินไป และไม่มากเกินไปโดยไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น รวมถึงไม่เบียดเบียนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ความมีเหตุผล หมายถึง การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับของความพอเพียงนั้น จะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผล โดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนคำนึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทำนั้น ๆ อย่างรอบคอบ

มีภูมิคุ้มกัน ที่ดีในตัวเอง หมายถึง การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงด้านต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น โดยคำนึงถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ต่าง ๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตทั้งใกล้และไกล

เงื่อนไข ประกอบด้วย

เงื่อนไขความรู้ ประกอบด้วย ความรอบรู้เกี่ยวกับวิชาการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน ความรอบคอบ ที่จะนำความรู้เหล่านั้นมาพิจารณาให้เชื่อมโยงกัน เพื่อประกอบการวางแผนและความระมัดระวังในขั้นปฏิบัติ

6

เงื่อนไขคุณธรรม ที่จะต้องเสริมสร้างประกอบด้วยมีความตระหนักในคุณธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความอดทน มีความเพียร ใช้สติปัญญาในการดำเนินชีวิตไม่โลภ และไม่ตระหนี่

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนี้ ได้รับการเชิดชูสูงสุดจากองค์การสหประชาชาติ (UN) โดยนายโคฟี อันนัน ในฐานะเลขาธิการองค์การสหประชาชาติ ได้ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัล The Human Development Lifetime Achievement Award แก่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2549 และได้มีปาฐกถาถึงปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ว่าเป็นปรัชญาที่มีประโยชน์ต่อประเทศไทยและนานาประเทศ และสามารถเริ่มได้จากการสร้างภูมิคุ้มกันในตนเอง สู่หมู่บ้าน และสู่เศรษฐกิจในวงกว้างขึ้นในที่สุด นาย Hakan Bjorkman รักษาการผู้อำนวยการ UNDP ในประเทศไทยกล่าวเชิดชูปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และ UNDP นั้นตระหนักถึงวิสัยทัศน์และแนวคิดในการพัฒนาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ โดยที่องค์การสหประชาชาติได้สนับสนุนให้ประเทศต่าง ๆ ที่เป็นสมาชิก 166 ประเทศยึดเป็นแนวทางสู่การพัฒนา ประเทศแบบยั่งยืน

2.2 ลักษณะทั่วไปของถั่วฟักยาว
ถั่วฝักยาว จัดเป็นพืชผักในตระกูลถั่ว ปลูกได้ตลอดปี แต่ปลูกได้ผลที่สุดคือ ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงพฤศจิกายน เป็นผักชนิดหนึ่งที่ชาวเอเซียนิยมบริโภคมาก โดยเฉพาะชาวฮ่องกงและสิงคโปร์ นอกจากตลาดเอเซียแล้ว ตลาดต่างประเทศทางยุโรป ซึ่งมีคนเอเซียอพยพเข้าไปอยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก เช่น ฝรั่งเศส อังกฤษ และเยอรมันตะวันตก ตลอดจนประเทศทางแถบตะวันออกกลางก็นับว่าเป็นตลาดที่ค่อนข้างจะมีความต้องการสูง จึงนับได้ว่าถั่วฝักยาวเป็นพืชผักชนิดหนึ่งที่นิยมบริโภคทั้งภายในและนอกประเทศ ถั่วฝักยาว เป็นพืชตระกูลถั่วที่มีความสำคัญชนิดหนึ่งของประเทศไทย นอกจากจะใช้ปรุงอาหาร บางชนิดใช้บริโภคสดในชีวิตประจำวันแล้ว ยังใช้เป็นวัตถุดิบในด้านอุตสาหกรรมบรรจุกระป๋องและแช่แข็งด้วยถั่วฝักยาวมีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศจีน

และอินเดีย เป็นพืชตระกูลถั่วที่มีลำต้นเป็นเถาเลื้อย การเลื้อยของเถา มีทิศทางการพันทวนเข็มนาฬิกา การปลูกโดยการทำค้างจะทำให้ผลผลิตสูงขึ้นถั่วฝักยาวนอกจากจะเป็นพืชผักที่มีคุณค่าทางอาหารแล้ว การปลูกถั่วฝักยาวจะช่วยปรับปรุงบำรุงดินด้วย เพราะโดยธรรมชาติแล้ว ระบบรากของพืชตระกูลถั่วจะมีการตรึงไนโตรเจนจากอากาศมาไว้ในดิน นับว่าเป็นพืชที่มีประโยชน์หลายอย่าง

7

2.ลักษณะทางพฤกศาสตร์

ชื่อสามัญ : Long bean

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Vigna uguiculata (L.) Walp. Cv.gr.sesquipedalis(L.) Verdc.

วงศ์ : PAPILIONEAE

ลักษณะ
ใบ       :  มีลักษณะเป็น 3 แฉก
ดอก
     : อาจเกิดดอกเดียวหรือเป็นช่อ ดอกมีสีขาวหรือสีม่วง
ฝัก     
: จะมีความยยาว 5มิล

ลิเมตร

เมล็ดอ่อนมีสีเขียว เมล็ดแก่อาจมีสีขาว ดำหรือน้ำตาลแดง หรือสีแดงสลับขาว

2.การแบ่งพันธุ์ของถั่วฟักยาว

อาจแบ่งพันธุ์ของถั่วฝักยาว โดยอาศัยแหล่งที่มาและอาศัยสีของเมล็ดคือ
ก.แบ่งตามแหล่งที่มาของพันธุ์
1) พันธุ์ของทางราชการ ได้แก่ พันธุ์ ก 2-1
A (จากกรมวิชาการเกษตร), พันธุ์ มก.8 (จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์)
2) พันธุ์ของบริษัทเอกชน ได้แก่ พันธุ์
RW 24, พันธุ์สองสี, พันธุ์เขียวดก, พันธุ์กรีนพอท, พันธุ์แอร์โรว์, พันธุ์เอเชียนนิโกร, พันธุ์เกาชุง เป็นต้น
3) พันธุ์พื้นเมือง ได้แก่ พันธุ์พื้นเมืองของท้องถิ่นต่าง ๆ เช่น พันธุ์ถั่วด้วง (สระบุรี) พันธุ์ดำเนิน (ราชบุรี) พันธุ์พื้นเมือง (ตรัง) พันธุ์พื้นเมือง (หนองคาย) เป็นต้น

ข.แข่งตามลักษณะสีของเมล็ดพันธุ์
1) เมล็ดสีแดง ดอกสีม่วงอ่อนหรือสีม่วง ฝักสีเขียว หรือเขียวเข้ม
2) เมล็ดสีแดงเข้ม ดอกสีม่วง ฝักสีม่วงเข้ม
3) เมล็ดสีขาว ดอกสีครีม ฝักสีเขียวอ่อน

8

4) เมล็ดสีดำ ดอกสีม่วง ฝักสีเขียวเข้ม
5) เมล็ดสีแดงด่างขาว ดอกสีม่วง ฝักสีเขียว
นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้พัฒนาพันธุ์ถั่วพุ่ม ซึ่งให้ฝักที่มีลักษณะเช่นเดียวกับถั่วฝักยาว แต่ไม่ต้องใช้ค้าง ทนต่อสภาพแห้งแล้ง ได้แก่ พันธุ์ มข. 25

2.สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
        ดินฟ้าอากาศที่เหมาะสม ถั่วฝักยาวปลูกได้ทั่วทุกภาคของประเทศ ชอบอากาศค่อนข้างร้อน ช่วงอุณหภูมิที่เหมาะสมอยู่ในระหว่าง 16-24 องศาเซลเซียส สามารถปลูกได้ในดินทุกชนิด แต่ปลูกได้ดีในดินร่วนปนทราย มีการระบายน้ำได้ดี สภาพความเป็นกรดด่าง (
pH) อยู่ระหว่าง 5.5-6.0 และเป็นพืชที่ต้องการแสงแดดตลอดวัน

2.6 ฤดูปลูก
         ถั่วฝักยาวเป็นผักที่ปลูกได้ทุกฤดูกาลใน เขตร้อน ชอบอากาศค่อนข้างร้อน ฝนไม่ชุก ถ้าอากาศร้อนเกินไปหรือฝนตกชุก จะทำให้ดอกร่วงและฝักร่วง ถ้าอากาศหนาวเกินไปจะชะงักการเจริญเติบโต เนื่องจากระบบรากไม่ทำงาน ดังนั้นถั่วฝักยาวมักให้ผลผลิตในช่วงฤดูแล้งสูงกว่าในฤดูฝน แต่ในช่วงฤดูฝนหากมีการดูแลรักษาที่ดี คุณภาพของฝักที่ได้จะสมบูรณ์กว่าในช่วงฤดูร้อน

2.7 สารอาหาร

 2.ประโยชน์ของถั่วฝักยาว

- ใบ ใช้สดประมาณ 60-100 กรัม ใช้ต้มน้ำกิน เป็นยารักษาโรคหนองในและปัสสาวะเป็นหนอง
9

- เปลือกฝัก ใช้สดประมาณ 100-150 กรัม นำมาต้มกินใช้รักษาภายนอก โดยการตำพอกและเป็นยาระงับอาการปวดบวม ปวดตามเอว และแผลที่เต้านม

- เมล็ด ใช้แห้งหรือใช้สดประมาณ 30-

60 กรัม นำมาต้มน้ำกินหรือกินสดจะมีรสชุ่มเป็นยาบำรุงม้ามและไต กระหายน้ำ อาเจียน ปัสสาวะกะปริบกะปรอยและตกขาว

- ราก ใช้สดประมาณ 60-

100 กรัม นำมาต้มกับน้ำหรือตุ๋นกับเนื้อกินใช้รักษาภายนอกโดยการตำพอกหรือจะนำมาเผาให้เป็นเถ้า แล้วบดให้เป็นผงละเอียดผสมทาหรือใช้กินเป็นยารักษาโรคหนองในที่มีหนองไหลบำรุงม้าม รักษาบิด บำรุงม้าม ส่วนการใช้รักษาภายนอกโดยการตำพอกนั้นใช้รักษาฝีเนื้อร้ายและช่วยให้เนื้อเจริญเร็วขึ้น

2.การเตรียมดิน

1. การเตรียมดิน

       การเตรียมดิน ถั่วฝักยาวเป็นพืชที่มีระบบรากละเอียดอ่อน การเตรียมดินที่ดีจะช่วยให้การเจริญเติบโตสมบูรณ์และสม่ำเสมอ ขั้นตอนแรกให้ไถพรวนความลึกประมาณ 6-8 นิ้ว ตากดินทิ้งไว้ 5-7วัน เพื่อทำลายไข่แมลง และศัตรูพืชบางชนิด เก็บเศษวัชพืชออกจากแปลงให้หมด จากนั้นจึงไถคราด ควรใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักที่สลายตัวแล้ว เพื่อปรับปรุงโครงสร้างของดินให้ดีขึ้น การยกร่องสำหรับถั่วฝักยาวนั้น ปกติจะยกร่องกว้างประมาณ 1-1.2 เมตร โดยให้ความยาวเหมาะสมกับสภาพแปลง และเตรียมร่องระหว่างแปลงสำหรับเข้าไปปฏิบัติงาน กว้างประมาณ 0.5-0.8 เมตร ในสภาพพื้นที่ ที่ไม่เคยมีการวิเคราะห์ดินมาก่อน ควรเก็บตัวอย่างดินเพื่อนำไปวิเคราะห์เคมี เพื่อให้ทราบถึงความจำเป็นและได้ข้อมูลในการปรับปรุงบำรุงดินให้เหมาะสมต่อไป

2. การเตรียมหลุมปลูก

      ให้ใช้จอบขุดหลุมให้ระยะระหว่างแถวห่างกัน 0.8 เมตร ระยะระหว่างหลุม 0.5 เมตรโดยให้หลุมลึกประมาณ 4-6 นิ้ว ใช้ปุ๋ยเคมีสูตรที่เหมาะสมกับถั่วฝักยาว เช่น 15-15-15,13-13-21,12-24-

  10

      12, 5-10-5 หรือ 6-12-12 ใส่หลุมละ 1/2 ช้อนแกง (10-15 กรัม) คลุกเคล้าให้เข้ากัน
     3.การปลูกโดยหยอดเมล็ด

      หลุมละ 4 เมล็ด แล้วกลบดินให้ลึกประมาณ 5 เซนติเมตร แล้วจึงรดน้ำทันที สำหรับการให้น้ำระยะ 1-7 วัน ควรให้น้ำทุกวัน ๆ ละ 1 ครั้ง ทั้งนี้ให้พิจารณาสภาพภูมิอากาศ และสภาพดินด้วย

4.  การถอนแยก

     หลังจากหยอดเมล็ดแล้วประมาณ 5-7 วัน เมล็ดจะเริ่มงอก เมื่อมีใบจริงประมาณ 4 ใบ ให้ถอนแยกเหลือต้นแข็งแรงไว้ 2 ต้นต่อหลุม ขณะที่ถอนแยกให้พรวนดินและกำจัดวัชพืช เพื่อไม่ให้วัชพืชมาแย่งน้ำ และอาหารจากถั่วฝักยาว

    2.การดูแลรักษา

            ถั่วฝักยาวเป็นพืชที่ต้องการการดูแลรักษาอย่างใกล้ชิด การดูแลรักษาที่ดีจะมีผลต่อปริมาณและคุณภาพของผลผลิตอย่างมาก ขั้นตอนต่าง ๆ ของการดูแลรักษานั้นมีดังนี้

     1.  การให้น้ำ

      ถั่วฝักยาวเป็นพืชที่ให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ แต่ไม่ควรแฉะเกินไป ระยะเจริญเติบโตหลังจากถอนแยกแล้วควรให้น้ำทุก 3-5 วันต่อครั้ง ให้ตรวจสอบความชื้นในดินให้เหมาะสมกับการเจริญเติบโต ระบบการให้น้ำอาจใช้วิธีการใส่น้ำเข้าตามร่อง หรืออาจจะใช้วิธีการตักรดโดยตรง ขึ้นอยู่กับแหล่งน้ำที่มี สภาพพื้นที่ปลูกและความชำนาญของผู้ปลูก
     2.  การปักค้าง

     ถั่วฝักยาวเป็นพืชที่ต้องอาศัยค้างเพื่อเกาะพยุงลำต้นให้เจริญเติบโต ไม้ที่ใช้สำหรับทำไม้ค้างนั้นใช้ไม้ไผ่ หรือไม้อื่น ๆ ที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น โดยความยาวของไม้มีความยาวประมาณ 2.5-3 เมตร หรืออาจจะสร้างโครงเสาแล้วใช้ลวดขึงด้านบน และใช้เชือกห้อยลงมายังลำต้นถั่วฝักยาวให้เลื้อยขึ้น ระยะเวลาการใส่ค้างถั่วฝักยาวนั้นจะเริ่มใส่หลังจากงอกแล้ว 15-20 วัน โดยจับต้นถั่วฝักยาวให้พันเลื้อยขึ้นค้างในลักษณะ ทวนเข็มนาฬิกา วิธีการปักค้างทำได้หลายวิธี เช่น

11

2.1 ปักไม้ค้างหลุมละ 1 ค้างโดยให้ตั้งฉากกับผิวดิน
2.2 ปักไม้ค้างหลุมละ 1 ค้าง โดยให้เอียงเข้าหาร่องเป็นคู่และมัดปลายเข้าด้วยกันใช้ไม้ไผ่พาดยึดค้างด้านบนให้แข็งแรง
2.3 ปักไม้ค้างหลุมละ 1 ค้าง โดยให้เอียงเข้าหากันกลางร่องเป็นคู่ แล้วมัดปลายเช่นเดียวกับ ข้อ 2.2 แต่ใช้ไม้ค้ำยันแต่ละคู่เป็นแบบกระโจม
2.4 การใช้เชือกแทนค้าง พบว่าในแหล่งที่หาค้างยาก ผู้ปลูกพยายามใช้เชือกแทนค้าง ซึ่งมีความเป็นไปได้สูง ดังนั้นการปลูกถั่วฝักยาวควรมีการทดสอบการใช้เชือกแทนค้างเพื่อหาข้อมูลสำหรับการลดต้นทุนการผลิตต่อไป
3.   การใส่ปุ๋ย

ถั่วฝักยาวเป็นพืชที่ต้องการธาตุฟอสฟอรัสสูงในการสร้างดอก ในทางวิชาการแนะนำให้ใช้ปุ๋ยอัตราส่วนของไนโตรเจน (N) ฟอสฟอรัส (P2O5) และโปรแตสเซียม (K2O) คือ 1:1.5-2:1 ปุ๋ยสูตรดังกล่าวไม่มีจำหน่ายในท้องถิ่น อาจใช้สูตร 15-15-15 ซึ่งใช้ในสภาพดินที่เป็นดินเหนียว หรือสูตร 13-13-21 ในสภาพดินที่เป็นดินทราย สำหรับการใส่นั้นควรแบ่งใส่ดังนี้คือ
ก. ใส่ขณะที่เตรียมหลุมปลูกตามที่ได้กล่าวแล้วข้างต้น
ข. ใส่เมื่อต้นถั่วอายุประมาณ 15 วัน โดยการพรวนดินแล้วโรยปุ๋ยรอบ ๆ ต้นให้ห่างจากโคนต้นประมาณ 10 เซนติเมตร ในอัตรา 1 ช้อนแกง (25-30 กรัม) ต่อหลุม แล้วใช้ดินกลบ เพื่อป้องกันไม่ให้ปุ๋ยสูญเสียไป การใส่ปุ๋ยร่วมกับปุ๋ยคอกในระยะนี้
จะทำให้การใช้ปุ๋ยเคมีมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ค. ใส่เมื่อเก็บผลครั้งแรกเมื่ออายุประมาณ 55 วัน โดยใส่ปุ๋ยประมาณ 2 ช้อนแกงต่อต้น และหลังจากนั้นให้ใส่ปุ๋ยทุก ๆ 7-10 วัน การใส่ปุ๋ยระหว่างช่วงเก็บเกี่ยวอย่างสม่ำเสมอ และปริมาณพอจะทำให้เก็บถั่วฝักยาวได้นาน โดยผลผลิตมีคุณภาพดี และปริมาณผลผลิตต่อไร่สูงขึ้น
4.  การกำจัดวัชพืช

หลังจากถั่วฝักยาวงอกแล้ว ต้องคอยดูแลวัชพืชในแปลงปลูก โดยทั่วไปแล้วจะกำจัดวัชพืช หลังจากเมล็ดงอกแล้วประมาณ 10-15 วัน หรือก่อนที่จะปักค้างหลังจากนั้นจึงคอยสังเกตจำนวนวัชพืชในแปลง หากพบวัชพืชควรกำจัด และเมื่อต้นถั่วเจริญเติบโตคลุมแปลงแล้วจะทำให้การแข่งขันของวัชพืชลดลง ในการกำจัดวัชพืชในระยะที่ถั่วฝักยาวเริ่มออกดอกนั้น ต้อง

12

เพิ่มควรระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากการกำจัดวัชพืชอาจกระทบกระเทือนรากอันเป็นสาเหตุให้ดอกร่วงได้

13

บทที่  3

วัสดุอุปกรณ์และวิธีการดำเนินงาน

3.1  วิธีดำเนินงาน

หลักการวางแผน

1.  ประชุมนักเรียนสำรวจและวิเคราะห์พื้นที่ว่างของโรงเรียน

2.  วางแผนการเตรียมดิน

3.  คัดเลือกพันธุ์ถั่วฟักยาว

4.  ปฏิบัติตามแผน

5.  ประเมินผลงาน

      6.   เผยแพร่ผลงาน

3.2 วัสดุอุปกรณ์

6.     

ไม้ยาวเพื่อใช้เป็นที่เลื่อยของถั่วฟักยาว

3.3 ขั้นตอนวิธีการปลูกถั่วฟักยาว

3.  

กำจัดวัชพืชบนพื้นที่ที่เลือก เช่น ก้อนหิน  กรวด  กิ่งไม้  ขยะ ถุงพลาสติก  เป็นต้น ออกจากบริเวณแปลงให้หมด

4.  

ใช้จอบขุดและพลิกดินชั้นบนลงชั้นล่าง  ตากดินไว้ 2-3  วัน เพื่อฆ่าเชื้อโรคและทำลายแมลงศัตรูพืชที่อาศัยอยู่ในดิน

5.  

ย่อยดินให้ละเอียดและเก็บเศษวัชพืชออกอีกครั้ง   จากนั้นนำปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยอินทรีย์   ทรายหยาบ  ผสมกับดินให้เข้ากัน  แล้วเกลี่ยหน้าดินให้เรียบ

6.     

ขนาดของแปลงเพาะควรกว้างประมาณ

1 เมตร

7.     

เตรียมพันธุ์พืชของถั่วฟักยาว

10. 

นำไม้ยาวมาขุดทำเป็นที่เลื้อยของต้นถั่วฟักยาวเวลาที่เจริญเติบโต

11. 

ดูแลและรักษารดน้ำทุกวัน  ใส่ปุ๋ย  กำจัดวัชพืช

15

บทที่  4

ผลการศึกษา

               จากการศึกษาโครงงานเรื่อง การปลกพืชสวนครัวโดยปลูกถั่วฟักยาว     ข้อมูลที่ได้จากการศึกษาทำให้ทราบการใช้พื้นที่ตนเองมีอยู่เพียงเล็กน้อยให้เกิดประโยชน์สูงสุดมีการปลูกพืชผักสวนครัวไว้ใช้บริโภคในครัวเรือนและยังได้สนองพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งพระองค์มีพระราชดำริให้ประชาชนคนไทย ยืนหยัดอยู่บนความพอเพียงและพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน ความรู้ที่ได้รับจากการทำโครงงานนี้สามารถนำมาประกอบอาชีพสร้างรายได้ระหว่างเรียนให้กับตนเองและครอบครัวได้เป็นอย่างดี

16

บทที่  5

ผลการศึกษา

สรุปผลการจัดทำโครงงาน

          การปลูกพืชถั่วฟักยาว สามารถสร้างรายได้ให้กับตนเอง ทำให้ตนเองสามารถพึ่งพาตนเองได้ โดยการนำไปจำหน่ายสร้างรายได้ระหว่างเรียน ได้สนองแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทำให้รู้จักใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์

ข้อเสนอแนะ

1.ในการทำการปลูกพืชที่โรงเรียนควรใช้พื้นที่ให้เยอะและคุ้มค่ามากกว่านี้

2.ในการทำโครงงานครั้งต่อไปควรมีการปลูกพืชร่วมกับการเลี้ยงปลาดุกทำเป็นบ่อเล็กๆ

                                                                                                                                                         17

บรรณานุกรม

ไพทูรย์    ศิริรักษ์.100 ประโยชน์ตาลโตนดไทยผลผลิตวัฒนธรรมชุมชนบนคาบสมุทรสทิงพระ

ป.อังกาพย์ละออง,2551

สุเมธ ตันติเวชกุลเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริบรรยายพิเศษ, 2542

ชัยอนันต์ สมุทวณิช. “ทฤษฎีใหม่: มิติที่ยิ่งใหญ่ทางความคิดในเอกสารประกอบการสัมมนาโครงการปราชญ์เพื่อแผ่นดิน : ทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริ. อินเทอร์เน็ต .WWW.Google.Com.

18



คำอธิบาย:

Write us

Find us at the office

Darmofal- Broderick street no. 11, 88736 Vatican City, Vatican City

Give us a ring

Meadow Hipsley
+90 293 316 242
Mon - Fri, 8:00-14:00

Join us